siamnt.net
วิถีไทย ศิลป วัฒณธรรมไทย วรรณคดีไทย ฝีมือไทย
 

ประวัติ สุนทรภู่

ประวัติสุนทรภู่
เมื่อสุนทรภู่สึกแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ทรงรู้จัก และโปรด สุนทรภู่เป็นการ ส่วนพระองค์แล้ว ทรงพระเมตตารับอุปถัมภ์ให้มาอยู่ ณ พระราชวังเดิม (ในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ปัจจุบัน ในเขต กองทัพเรือ) อันเป็นที่ประทับ

สุนทรภู่พึ่งพระบารมี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ณ พระราชวังเดิม ได้เพียง 4 เดือน ก็ออกเดินทาง ไปเมืองนครชัยศรี เพื่อนมัสการพระปฐมเจดีย์ โดยพาลูกชาย 2 คน คือ ตาบ กับ พัด ลงเรือที่ท่าน้ำพระราชวังเดิม เมื่อ วันจันทร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับ (วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2385)
พระปฐมเจดีย์
เมื่อสุนทรภู่กลับจากการไปไหว้พระปฐมเจดีย์ ที่นครชัยศรีแล้ว ก็มาอยู่ที่พระราชวังเดิม และได้แต่งนิราศขึ้นเรื่องหนึ่ง คือ "นิราศพระประธม" บรรยายถึงการเดินทาง มีความไพเราะกินใจตลอดทั้งเรื่อง เพราะท่าน เล่าถึงธรรมชาติ สถานที่ ประกอบเรื่อง ทำบาป คำอุปมา อุปมัย เปรียบเทียบ และความอาลัยรักที่มีต่อ ผู้หญิงหลายคนที่เข้ามา เกี่ยวข้องในชีวิตของท่านที่ผ่านมา

สุนทรภู่ พึ่งพระบารมีใน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ได้ 2 - 3 ปี กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ก็สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ.2388 เสมือนกับ สุนทรภู่ขาดเจ้านาย ที่ทรงมีพระเมตตาต่อตนอีกพระองค์หนึ่ง และในปลายรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ นั้น สุนทรภู่ก็เดินทางไปเมืองเพชรบุรีอีกครั้ง

เมื่อ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ โปรดให้ไปทำธุระส่วนพระองค์ในปี พ.ศ.2392 สุนทรภู่ ไปเมืองเพชรบุรีครั้งนี้ ได้แต่ง "นิราศ" ของการท่องเที่ยวเรื่องหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับนิราศทั้ง 6 เรื่อง ที่มีความไพเราะ และกินใจตลอดเนื้อเรื่องที่ผ่านมา

ชีวิตของสุนทรภู่นั้นเกิด และเติบโตมาก็อยู่แต่ในรั้วในวัง รับราชการในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ รัชกาลที่ 2 ก็ได้ดิบได้ดีใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท แต่แล้วพอสิ้นแผ่นดินก็สิ้นบุญของสุนทรภู่ ต้องออกบวชระเหเร่ร่อน อยู่ในสมณเพศนานถึง 18 ปี และในบั้นปลายของชีวิตสุนทรภู่ ก็กลับมีอำนาจวาสนาขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรมาแต่เดือน 10 ครั้น ณ วันพุธ เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ (ตรงกับวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2394) สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุได้ 63 พรรษา กับอีก 11 วัน ทรงอยู่ในราชสมบัติ 27 ปี
...

ขณะนั้น สมเด็จเจ้าฟ้าชายมงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศาอิศวรกษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร (ท่านฟ้าใหญ่) ยังทรงผนวชอยู่ ณ "วัดบวรนิเวศ" นานถึง 27 ปี จึงต้องทรงลาผนวชออกมารับราชสมบัติ เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ 4 และทันทีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ ก็โปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็น "พระเจ้าแผ่นดิน" อีก พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว" โปรดฯ ให้เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)

เป็นเวลา 9 ปี ที่สุนทรภู่ไปพึ่งพระบารมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ณ พระราชวังเดิม นับแต่สึกใน พ.ศ.2385 และได้ตามเสด็จมาอยู่ ณ วังหน้า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "เจ้ากรมอาลักษณ์" ฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคล มีบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ในปี พ.ศ.2394 ขณะที่มีอายุได้ 65 ปี

ระหว่างรับราชการ ณ พระราชวังบวรฯ นั้น พระสุนทรโวหาร (ภู่) ได้แต่งบทละคร เรื่อง "อภัยนุราช" ถวายพระองค์เจ้าดวงประภา พระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องหนึ่ง และแต่งบทกลอนถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกหลายเรื่อง รวมทั้งบทเห่กล่อมเจ้านายที่ยังทรงพระเยาว์ เช่น บทเห่เรื่องกากี พระอภัยมณี โคบุตร และบทเห่จับระบำ (สำหรับเห่ ตลอดรัชกาลที่ 4 ใช้กล่อมบรรทมเจ้านาย ทั้งพระบรมมหาราชวัง) นอกจากนั้น พระบาทสมเด็๗พระจอมเกล้าฯ ยังโปรดรับสั่งให้แต่งเสภาพระราชพงศาวดาร อีกเรื่องหนึ่งด้วย

พระสุนทรโวหารรับราชการอยู่ ณ พระราชวังบวรฯ ได้เพียง 4 ปีเศษ ก็ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อปี พ.ศ.2398 อายุ 69 ปี พรั่งพร้อมไปด้วยเกียรติ และความสุขในฐานันดรศักดิ์เจ้ากรมอาลักษณ์

นายพัด กับ นายตาบ บุตรชายของพระสุนทรโวหารนั้น อยู่มาจนถึงรัชกาลที่ 5 ทั้งสองคน ส่วนนายตาบเป็น "กวี" ตามบิดา มีหลักฐานสำนวนแต่งเพลงยาวปรากฏอยู่ ส่วน "นายนิล" ไม่มีหลักฐานปรากฏ
ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้สืบสกุลของพระสุนทรโวหาร ใช้สกุลว่า "ภู่เรือหงษ์"


  • ประวัติสุนทรภู่ หน้าที่ 1 | หน้าที่ 2 | หน้าที่ 3 | หน้าที่ 4 | หน้าที่ 5 | หน้าที่ 6
  • SiamNT.net Copyright © 2009 - 2010 หน้าเรือน >> วรรณคดีไทย >> ประวัติสุนทรภู่