siamnt.net
วิถีไทย ศิลป วัฒณธรรมไทย วรรณคดีไทย ฝีมือไทย
 

ประวัติ สุนทรภู่

ประวัติสุนทรภู่
ความสูญเสีย และผันแปรของชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้พระสุนทรภู่จิตใจว้าวุ่น ไม่มีความสงบ ท่านจึงเบื่อหน่ายที่จะจำพรรษาอยู่ที่กรุงเทพฯ ท่านจึงตัดสินใจที่จะไปจำพรรษาอยู่ที่วัดห่างไกลความเจริญ ท่านจึงออกจาก วัดราชบูรณะ เดินทางไปกรุงเก่า (จังหวัดอยุธยาปัจจุบัน) พร้อมด้วยหนูพัดลูกชายคนโต และคนแจวเรืออีก 1 คน พระสุนทรภู่นำเรือเข้าไป จอดถึงหน้าบันไดองค์พระเจดีย์ แล้วขึ้นไปไหว้พระเจดีย์จนถึงชั้นบน ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่ ครั้นนมัสการพระบรมธาตุแล้ว พระสุนทรภู่ก็กลับลงมาลงเรือล่องกลับกรุงเทพฯ ในวันนั้น โดยมิได้อยู่จำพรรษาตามที่ท่านตั้งใจไว้แต่แรก

ภูเขาทองเมื่อพระสุนทรภู่กลับจากกรุงเก่าแล้ว ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ ณ "วัดอรุณราชวราราม" (วัดแจ้ง) และการที่ พระสุนทรภู่ขึ้นไป กรุงเก่าครั้งนั้น ท่านได้แต่งนิราศขึ้นเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ 3 คือ "นิราศภูเขาทอง" เป็นนิราศที่ได้รับการยกย่องว่า ดีที่สุด ไพเราะทั้งกลอน และการดำเนินเรื่องราวที่มีคติกินใจ ซาบซึ้งมาก
3 ปีแรกที่พระสุนทรภู่บวชนั้น ท่านลำบากมาก แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ณ วัดอรุณราชวรารามนี้ ฐานะทางสงฆ์ของ พระสุนทรภู่ก็เริ่มดีขึ้น เพราะมีผู้อุปการะ เมื่อเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ทรงฝากพระโอรสองค์กลาง "เจ้าฟ้ากลาง" พระชันษาได้ 10 พรรษา (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระบำราบปรปักษ์) กับ โอรสองค์น้อย "เจ้าฟ้าปิ๋ว" พระชันษา 7 พรรษา ให้พระสุนทรภู่สอนหนังสือในปี พ.ศ.2372

พระสุนทรภู่เริ่มถวายพระอักษร แก่เจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์ จนอ่านออกเขียนได้คล่องแล้ว พระสุนทรภู่จึงได้แต่ภาษิตคำกลอนขึ้นถายเจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์ เมื่อ พ.ศ.2373 ได้แก่ "เพลงยาวถวายโอวาท"

...
พระสุนทรภู่จำพรรษา ณ วัดอรุณฯ ได้ 2 ปี สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากระพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งทรงคุ้นเคยกับพระสุนทรภู่มาก่อน ในฐานะที่ทรงเป็นกวี จึงได้ทรงชวนพระสุนทรภู่ข้ามฟากจาก "วัดอรุณราชวราราม" มาจำพรรษาอยู่ ณ "วัดพระเชตุพนวิมลมัคลาราม" (วัดโพธิ์) หลังจากบวชได้ 7 - 8 พรรษา อายุได้ 45 ปี

พระสุนทรภู่นั้น เมื่อบวชเรียนหลายพรรษา ก็ย่อมมีความรู้เพิ่มขึ้น และมีเวลามากพอ ที่ท่านจะหันไปสนใจ ศึกษาศาสตร์ อันลี้ลับ เพราะระยะปีแรก ๆ ที่ท่านบวชนั้น ท่านได้จาริก แสวงบุญไปถึงเมืองทางเหนือ และท่านได้ลายแทง ยาอายุวัฒนะ และลายแทงระบุว่า ยาอายุวัฒนะนั้นฝังอยู่ที่ใต้ฐานพระประธาน ณ "วัดเจ้าฟ้าอากาศนารถนรินทร์"

ครั้นถึง พ.ศ.2375 พระสุนทรภู่ก็ขึ้นไปกรุงเก่าอีกครั้ง จุดมุ่งหมายเพื่อไปขุดหา ยาอายุวัฒนะที่วัดเจ้าฟ้าอากาศฯ ท่านออกเดินทางพาลูกชาย 2 คน คือ เณร (หนูพัด) ขณะนั้นได้บวชเป็นเณร จำพรรษาอยู่กับพ่อ ที่วัดพระเชตุพนฯ ด้วย กับ หนูตาบ พร้อมศิษย์ 3 คน คือ นายจัน นายมาก และนายบุนนาค รวม 6 คน ลงเรือประทุนที่ท่าน้ำ วัดพระเชตุพนฯ ออกเดินทางไปด้วยกัน

พระสุนทรภู่รู้ดีว่า การที่จะขุดเอา แท่งยาอายุวัฒนะ ที่ฝั่งอยู่ใต้ฐานพระนั้น มาเฉย ๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ จะต้องขุดด้วยวิชา แก้อาถรรพ์เสียก่อน และ พระสุนทรภู่ก็เริ่มทำพิธีแก้อาถรรพณ์ จนดึกดื่น

ครั้นพระสุนทรภู่ บริกรรมในช่วงสุดท้าย แล้วก็ปักธงลงดิน ทันใดนั้น ก็เกิดอากาศวิปริตไปทั่วบริเวณ ฝนตก ฟ้าร้อง พายุพัดอื้ออึง โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้ทุกคน ที่อยู่ในพิธี ณ ที่นั้น ต่างตกใจกลัว เป็นลมหมดสติไปจนถึงเช้า ครั้นฟื้นจากสลบแล้ว ก็ไม่มีใครคิดที่จะอยู่ หายาอายุวัฒนะ กันต่อไปอีก รับเก็บสัมภาระ ลงเรือกลับกรุงเทพฯ ในวันนั้นด้วยความผิดหวัง

เมื่อพระสุนทรภู่ กลับจากวัดเจ้าฟ้าอากาศฯ ที่กรุงเก่าแล้ว ท่านจำพรรษาอยู่ ณ "วัดพระเชตุพนฯ" ตามเดิม และท่านได้แต่ง นิราศขึ้นเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ 4 คือ "นิราศวัดเจ้าฟ้า" บรรยายถึงการเดินทาง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ประสบมา โดยอ้างสำนวนเป็นเณรพัดแต่ง เพราะสุนทรภู่อยู่ในเพศสมณะ ท่านจึงระมัดระวังตัวมาก เพราะศีลของเณร กับพระ แตกต่างกันนั่นเอง


  • ประวัติสุนทรภู่ หน้าที่ 1 | หน้าที่ 2 | หน้าที่ 3 | หน้าที่ 4 | หน้าที่ 5 | หน้าที่ 6
  • SiamNT.net Copyright © 2009 - 2010 หน้าเรือน >> วรรณคดีไทย >> ประวัติสุนทรภู่