siamnt.net
วิถีไทย ศิลป วัฒณธรรมไทย วรรณคดีไทย ฝีมือไทย
 

เนื้อเรื่อง รามเกียรติ์

บทนำ
ตัวละคร รามเกียรติ์
เนื้อเรื่อง รามเกียรติ์


.
ท้าวทศรถก็ยอมยกเมืองให้พระพรต แล้วก็ทรงเสียพระทัยอาลัย พระราม ซึ่งไปบวชเป็นฤาษีในป่า พร้อมนางสีดา และพระลักษณ์ซึ่งอ้อนวอน ตามเสด็จด้วยจงรักภักดี ในที่สุดท้าวทศรถก็สวรรคต เพราะความเสียพระทัยอาลัยรักพระราม

เมื่อพระรามกับพระลักษณ์ เดินทางออกมานั้น สุมันตันมหาเสนาผู้จงรัก ได้ยกไพร่พล ตามมาด้วย โดยตั้งใจ จะตามไปรับใช้ทุกหนทุกแห่ง แต่พระรามไม่ประสงค์ให้เป็นภาระแก่ใคร จึงพาคณะหลบหนี สุมันตันไปในยามดึก และเดินทางไป แม่น้ำสะโดงก็ต้องหยุดก่อน เพราะไม่มีเรือแพข้ามไป


มีพรานป่าชื่อกุขัน เป็นหัวหน้าบริวารพรานจำนวนห้าโกฏิ มีใจคอดุร้ายกาจ ได้มาเจอพระราม นางสีดา และพระลักษณ์ก็เกิดเคารพ กลัวเกรง เพราะบุญบารมีของพระองค์ จึงฝากตัวเป็นข้าบาท และช่วยจัดเรือ พาทั้งสามพระองค์ข้ามแม่น้ำไป พระรามเสด็จไปจนถึงภูเขาสัตกูฎ และเข้าพักที่อาศรมซึ่งเทพยดาเนรมิตไว้ถวายที่ด้านหลังเขา

กล่าวถึงพระสัตรุ ที่อยู่เมืองไกยเกษเมื่อทราบข่าวทางอยุธยาเช่นนั้นก็เดินทางมา และเคืองแค้นพระมารดาถึงกับบวช เป็นฤาษีทั้งสองพระองค์ หลังจากเสด็จไปตามพระรามให้กลับมา พระมารดาทั้งสามพระองค์ก็ตามไปอ้อนวอนด้วย โดยเฉพาะนางไกยเกษีรู้สึกผิดซึ้งแล้ว และนางกุจจีก็มาสารภาพผิด แต่พระรามถือสัตย์ที่ถวายพระบิดาไว้ จึงขอให้ทั้งหมดกลับไปบ้านเมืองก่อนครบ 14 ปีเมื่อไร พระองค์จึงเสด็จกลับพระพรตกับพระสัตรุขออยู่ด้วย แต่พระรามขอร้องให้กลับไป รักษาบ้านเมืองไว้ อนุชาทั้งสอง จึงตั้งสัตย์ว่าถ้าครบ 14 ปีแล้วพระรามไม่ยอมกลับก็จะเผาตัวตาย ต่างฝ่ายต่างโศก เศร้าเสียใจจนเทพยดาเกรงจะพากันตาย จึงตรัสว่า

...พระรามคือพระองค์พระนาค .. เสด็จจากกระเษียรสมุทรใหญ่
หวังจะปราบอาธรรม์ทั้งแดนไตร .. ชอบให้ทำตามนิมนต์มา
พระพรตพระสัตรุฤทธิ์รอน .. ไปรักษาพระนครไว้รอท่า
จงเชิญสมเด็จพระมารดา .. เข้ามหานิเวศน์วังจันทน์..

พระพรตจึงทูลขอรองพระบาทพระรามกลับไปแทน แล้วอัญเชิญรองพระบาททำด้วยหญ้านั้นบนพานแก้ว และเก็บไว้ในปราสาทแก้วถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แล้วพระพรตไปอยู่เมืองสร้างใหม่ ชื่อประจันตคามให้พระสัตรุไปรักษาเมืองอยุธยา

ฝ่ายพระรามพานางสีดา และพระลักษณ์เสด็จต่อไปไกลอีก เพื่อป้องกันพวกเมืองอยุธยาไปมาหาสู่ และลงเรือเทวดา เนรมิตข้าม แม่น้ำอมฤตไปขึ้นฝัง แล้วเข้าไปในสวนยักษ์พิราพโดยไม่รู้องค์ยักษ์พิราพมีฤทธิ์มาก เพราะพระอิศวร ประทานกำลังมหาสมุทร และ กำลังพระเพลิงให้

ยักษ์นี้ปลูกชมพู่พวาทองไว้ต้นหนึ่ง รสอร่อยเลิศให้บริวารรักษาไว้ ตนเองไปอยู่วิมาน ที่ภูเขาอัศกรรณ ครบเจ็ดวัน จึงจะมาเที่ยวสวนครั้งหนึ่งเมื่อพระรามทรงเก็บชมพู่พวาทองให้นางสีดา บริวารยักษ์ก็เข้ามาจะทำร้าย พระลักษณ์จึง ปราบจน กระจายหนีไปหมด ที่ตายก็มาก พอดีเป็นเวลาครบเจ็ดวัน ยักษ์พิราพจึงมาที่สวนก็หายตัวเข้าไปใกล้คณะพระราม เห็นนางสีดาสวย ก็เลยร่ายคาถาให้มืดมิดแล้ว คว้านางสีดาไว้รีบพาหนีไปนางจึงร้องให้ช่วย พระรามก็ แผลงศรเกิดแสงสว่างดังดวงอาทิตย์ จึงเห็นพิราพอุ้มนางสีดาหนีเข้าไป พระรามก็ตาม ไปช่วยทัน และฆ่ายักษ์ด้วย ศรพรหมมาศ พระรามเดินทางต่อไป จนพบพระฤาษีอรรคต ซึ่งรับฝากเกราะทิพย์ของ พระอิศวรไว้ถวายพระราม

ว่าแล้ว ยื่นเกราะสุรกานต์ .. ถวายพระอวตารนาถา
จงมีชัยแก่หมู่อสุรา .. ใต้ฟ้าอย่าทานฤทธิรอน

แล้วทั้งสามพระองค์ก็เดินทางต่อไปในป่า พระอินทร์สงสาร ก็เนรมิตอาศรมแบบ 3 ห้องไว้ให้เป็นที่ประทับ ริมแม่น้ำโคทาวารี มียักษ์ชื่อ กุมภากาศ เป็นบุตรนางสำมนักขา และชิวหา มีอายุสิบเก้าปี ได้ทำพิธีบำเพ็ญตบะโดย บวชเป็นฤาษีอยู่กลางป่าไผ่ เพื่อขอเทพอาวุธ จากพระพรหม ท่านก็โยน พระขรรค์แก้ว ลงมาให้มีฤทธิ์ปราบได้ทั้งสามโลก แต่กุมภากาศโกรธว่า พระพรหมดูหมิ่นตน จึงโยนให้จึงหลับตา ภาวนาต่อไป หวังจะให้พระพรหม ลงมามอบอาวุธให้กับมือ เมื่อพระลักษณ์มาหาผลไม้แถวนี้ พอดีมาเจอพระขรรค์วิเศษ ก็หยิบมากวัดแกว่ง เกิดประกายแสงเข้าตายักษ์ จึงนึกว่าพระพรหมลงมา ก็ลืมตาดู พอเห็นพระลักษณ์หยิบพระขรรค์ไป ก็โกรธ เกิดต่อสู้กัน พระลักษณ์ใช้พระขรรค์นั้น บั่นคอ กุมภากาศขาด แล้วเก็บพระขรรค์ไว้เป็นอาวุธคู่มือ
กล่าวถึงทศกรรฐ์ ได้เรียกชิวหามาเฝ้าเมือง แล้วตนเองก็ออกไปเที่ยว มีกำหนดเจ็ดวันเจ็ดคืน ชิวหาเฝ้าเมืองแล้ว เกิดง่วง จึงเนรมิตกายใหญ่โต ในคืนที่เจ็ด แล้วแลบลิ้นปิดคลุมเมืองไว้ และหลับไป

ชิวหาเฝ้าเมืองเมื่อทศกรรฐ์กลับมาเห็นแต่ความมืด ไม่เห็นเมือง จึงนึกว่าข้าศึกมายึดล้อมเมืองไว้ ก็ขว้างจักรไปโดน ลิ้นชิวหาขาด ตายทันทีนางสำมนักขาจึงเป็นม่าย เที่ยวแก้กลุ้มไป ในป่าเจอพระรามรูปงาม ก็รักและหึงนางสีดาถึงกับตบตี พระลักษณ์จึงตัดหู ตัดจมูก ตัดมือตัดปาก และสักหน้าประจาน แล้วปล่อยตัวไป

นางสำมนักขาไปฟ้องพี่ชายที่เมืองโรมคัลแกล้งฟ้องใส่ความพระราม พระยาขรโกรธก็ยกทัพมาหวังจะฆ่าพระรามพระยาขรมีฤทธิ์มาก พระรามจึงขอศรที่ฝากพระพิรุณไว้มายิง แล้วยิงซ้ำด้วยศรพรหมมาศ พระยาขรจึงตาย พระยาทุษณ์น้องพระยาขร รู้ข่าวร้ายก็ยกทัพมา จะฆ่าพระรามแก้แค้น ก็ถูกพระราม ฆ่าตายไปอีก พระยาตรีเศียรครองเมืองวัชวารี เมื่อรู้เรื่อง ก็ยกมาแก้แค้น ก็ถูกศร พระรามเสียบอกตายไปด้วย

นางสำมนักขา จึงไปฟ้องทศกรรฐ์ และชมโฉมนางสีดา จนทศกรรฐ์อยากได้ จึงให้ม้ารีศ ลูกชายนางกากะนาสูร แปลงเป็นกวางไปล่อนางสีดา ให้อยากได้ พระรามจึงตามกวางไป เมื่อรู้ว่าเป็นยักษ์ก็ยิง ม้ารีศก่อนตาย แกล้งร้องเป็นเสียงพระราม เรียกพระลักษณ์ให้มาช่วย นางสีดา จึงบังคับ ให้พระลักษณ์ซึ่งรักษาหน้าที่ เฝ้านางตามพระรามสั่งให้ไปช่วย พระลักษณ์จึงตามไป ทศกรรฐ์ก็แปลงเป็นพระฤาษีมา ลวงนางสีดา แต่ไม่สำเร็จ จึงลักนางสีดาหนีไป ระหว่างทาง พบพญานกสะดาย ุเพื่อนรัก ของท้าวทศรถนกสะดายุจึงเข้าช่วย แต่สู้ทศกรรฐ์ไม่ได้ จึงนอนรอความตายอยู่ ทั้งนี้เพราะเผลออวดไปว่า

"ไม่มีใครฆ่าเราได้ นอกจากแหวนพระยาอิศวรที่นางสีดาสวมอยู่นั่น "

ทศกรรฐ์จึงแย่งถอดแหวนนางสีดาขว้างโดนสะดายุปีกหางหักยับ ปากคาบแหวน พระอิศวรตกลงดิน ต่อมานางสีดา ฝากสะไบให้ลิงป่าถวายพระราม แล้วทศกรรฐ์ก็พา นางสีดาไปไว้ในสวนให้สหัสกุมารและยักษ์เฝ้าไว้ แต่ตนจะเข้าใกล้นางไม่ได้ เพราะบุญบารมีนางบันดาลให้ทศกรรฐ์ร้อนเหมือนโดนไฟ



  • เนื้อเรื่องรามเกียรติ์ หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20
  • SiamNT.net Copyright © 2009 - 2010 หน้าเรือน >> วรรณคดีไทย >> รามเกียรติ์ >> เนื้อเรื่อง รามเกียรติ์