siamnt.net
วิถีไทย ศิลป วัฒนธรรมไทย วรรณคดีไทย ฝีมือไทย
ระนาดเอกเหล็ก กลองทัด ฆ้องโหม่ง ฆ้องราว ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ฆ้องมอญ
ประวัติ ...
  • ความเป็นมาของ ดนตรีไทย


  • วิวัฒนาการของ ดนตรีไทย สมัยต่าง ๆ
  • สมัยสุโขทัย และ สมัยกรุงศรีอยุธยา
  • สมัยกรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์


  • เครื่องดนตรีไทย ประเภทต่าง ๆ
  • ประเภทที่ใช้ใน วงดนตรีไทย
  • ประเภทที่ใช้ใน งานพระราชพิธี
  • ประเภท เครื่องดนตรีไทย พื้นเมือง

    • ฆ้องโหม่ง เป็นฆ้อง ที่มีหน้ากว้าง เส้น ผ่าศูนย์กลาง ราว 30 - 45 ซม. เมื่อตี ได้เสียงดัง "โหม่ง - โหม่ง" จึง เรียก ชื่อตาม เสียงว่า ฆ้องโหม่ง

      เครื่องดนตรี ชนิดนี้ เป็น เครื่องดนตรี เก่าแก่ มีคู่มา กับ กลอง เดิม ใช้ตี บอก เวลา กลางวัน จึงเรียก เวลา กลางวัน ว่า "โมง" ติดปากมา ทุกวันนี้

      ฆ้องโหม่ง ใช้ตี เป็น จังหวะ ในการ บรรเลงดนตรี

     

    • ฆ้องราว เป็นฆ้อง 3 ใบ มีขนาดลดหลั่นกัน ใช้แขวนราวเรียงไปตามขนาด เมื่อตีตีเรียงไปตามลำดับแล้วย้อนกลับ จะได้ยินเสียง (เสียงตีฆ้อง) โหม่ง -โม่ง - โม้ง - โมง - โหม่ง เคยใช้บรรเลงในการเล่นมหรสพโบราณ ชื่อ "ระเบง" หรือโอละพ่อ ในงานพระราชพิธี บางครั้งจึงเรียกว่า "ฆ้องระเบง"

    • ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงใหญ่ใช้ต้นหวายดัดโค้งเป็นวงล้อมไปเกือบรอบตัว คนนั่นตีเรียกว่า "ร้าน" เปิดช่องไว้สำหรับเป็นทางเข้าด้านหลังคนตี ลูกฆ้องวงใหญ่มี 16 ลูกขนาดตั้งแต่ใหญ่ไปหาเล็ก เรียงลำดับ ตั้งแต่เสียงต่ำไปหาเสียงสูง ฆ้องวงใหญ่ใช้บรรเลงทำนองหลักของเพลง ผู้ที่จะหัดปี่พาทย์ควรเริ่มหัดตีฆ้องวงใหญ่ก่อน เพื่อจะได้เป็นรากฐานทางดนตรีที่มั่นคง
    ฆ้องวงใหญ่

    • ฆ้องวงเล็ก สำหรับฆ้องวงเล็ก สร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 3 โดยมีลักษณะเหมือนฆ้องวงใหญ่ทุกอย่าง แต่มีขนาดย่อมกว่า และมีลูกฆ้องมากกว่า คือ 18 ลูก ใช้บรรเลงเก็บเช่นเดียวกับระนาดเอก

    • ฆ้องมอญ เป็นฆ้องวงที่ตั้งโค้งขึ้นไปทั้ง 2 ข้าง ไม่วางลงราบไปกับพื้น เหมือนฆ้องไทย ฆ้องมอญวงหนึ่งมีจำนวน 15 ลูก ร้านฆ้องวงมักประดิษฐ์แต่งกันอย่างสวยงาม เช่น แกะสลักเป็นลวดลาย ปิดทองประดับกระจก ฆ้องมอญใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ ซึ่งในปัจจุบัน นิยมใช้บรรเลงประโคมในงานศพ ฆ้องมอญมี 2 ชนิด เช่นเดียวกับฆ้องวงของไทย คือ ฆ้องมอญวงใหญ่ และฆ้องมอญวงเล็ก
      ...
     
    • ระนาดเอกเหล็ก เป็นเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เดิมเรียกระนาดทอง เพราะเมื่อ ประดิษฐ์ขึ้น ครั้งแรกใน สมัย รัชกาลที่ 4 ใช้ทองเหลืองทำลูกระนาด ปัจจุบันนิยมใช้เหล็ก หรือสแตนเลสทำลูกระนาด ใช้วาง เรียงบน รางไม้ มีผ้าพัน หรือใช้ไม้ระกำวางพาดไปตามขอบราง สำหรับรองหัวท้ายลูกระนาดแทนการร้อยเชือก เนื่องจาก มี น้ำหนักมาก รางไม้ที่ใช้วางลูกระนาดนึ้นทำเป็นรูปหีบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีวิธีการบรรเลงเช่นเดียวกับระนาดเอกไม้

      ระนาดเอกเหล็ก

    • ระนาดทุ้มเหล็ก เป็นเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำริให้สร้างขึ้น ลูกระนาดคงทำอย่างเดียวกับระนาดเอกเหล็ก แต่ทำเขื่องกว่า เป็นเสียงทุ้มเลียนอย่างระนาดทุ้ม มีจำนวน 16 - 17 ลูก วิธีบรรเลงเช่นเดียวกับระนาดทุ้มไม้
    เครื่องตีขึงด้วยหนัง

    • กลองทัด ตัวกลองทำด้วยไม้แก่น เนื้อแน่นแข็ง ใช้กลึงคว้านข้างในจนเป็นโพรง ตรงกลางป่องออกนิดหน่อย ขึ้นหน้าทั้ง 2 ข้าง ด้วยหนังวัวหรือหนังควายตรึงด้วยหมุด ซึ่งเรียกว่า "แส้" ทำด้วยไม้ หรืองา หรือกระดูกสัตว์ หรือโลหะ ตรงกลางหุ่นกลองด้านหนึ่งมีห่วงสำหรับแขวน เรียกกันว่า "หูระวิง" เวลาใช้บรรเลงตีเพียงหน้าเดียว หน้าหนึ่งติดข้าวสุกผสมกับขี้เถ้าปิดตรงใจกลาง แล้ววางกลองทางด้านนั้นคว่ำตะแคงขอบไว้บนหมอนหนุน มีขาหยั่งสอดค้ำตรงหูระวิง ใช้ตีด้วยท่อนไม้ 2 อัน กลองทัด นิยมใช้ 2 ลูก ลูกหนึ่งเสียงสูงเรียกว่า "ตัวผู้" ตีเสียงดัง "ตูม" อีกลูกหนึ่งเสียงต่ำเรียกว่า "ตัวเมีย" ตีเสียงดัง "ต้อม"


      เครื่องดนตรี ประเภทที่ใช้ในวงดนตรีไทย ในปัจจุบัน หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
    SiamNT.net Copyright © 2009 - 2010 หน้าเรือน >> ศิลป วัฒนธรรมไทย >> ดนตรีไทย และ เครื่องดนตรีไทย >> เครื่องดนตรี ที่ใช้ใน วงดนตรีไทย ในปัจจุบัน